วันจันทร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2555

การปลูกไม้ 3 อย่าง ประโยชน์


ไม้ 3 อย่าง
         ลักษณะไม้ 3 อย่าง เป็นชนิดไม้ที่มีความสัมพันธ์เกื้อกูลกับวิถีชีวิตของชุมชน คือ  1. ไม้ใช้สอยและเศรษฐกิจ เป็นชนิดไม้ที่ชุมชนนำไปใช้ในการปลูกสร้างบ้านเรือน โรงเรือน เครื่องเรือน คอกสัตว์
เครื่องมือในการเกษตร เช่น เกวียน คันไถ ด้ามจอบ เสียม และมีด รวมทั้งไม้ที่สามารถนำมาทำเป็นเครื่องจักรสาน กระบุง ตะกร้าเพื่อนำไปใช้นำครัวเรือน และเมื่อมีพัฒนาการทางฝีมือก็สามารถจัดทำเป็นอุตสาหกรรมครัวเรือน นำไปจำหน่ายเป็นรายได้ของชุมชน ซึ่งเรียกว่า เป็นไม้เศรษฐกิจของชุมชน ได้แก่ มะขามป่า สารภี ซ้อ ไผ่หก ไผ่ไร่ ไผ่บง ไผ่ซาง มะแฟน สัก ประดู่ กาสามปีก จำปี จำปา ตุ้ม ทะโล้ หมี่ ยมหอม กฤษณา นางพญาเสือโคร่ง ไก๋ คูณ ยางกราด กระถิน เก็ดดำ มะหาด ไม้เติม มะห้า มะกอกเกลื้อน งิ้ว ตีนเป็ด ยมหอม มะขม มะแข่น สมอไทย ตะคร้อ เสี้ยว บุนนาค ปีบ ตะแบก ตอง คอแลน รัง เต็ง แดง พลวง พะยอม ตะเคียน ฮักหลวง เป็นต้น
  2. ไม้ฟืนเชื้อเพลิงของชุมชน ชุมชนในชนบทต้องใช้ไม้ฟืน เพื่อการหุงต้มปรุงอาหาร สร้างความอบอุ่นในฤดูหนาวสุมควายตามคอก ไล่ยุง เหลือบ ริ้น ไร รวมทั้งไม้ฟืนในการนึ่งเมี่ยง และการอบถนอมอาหาร ผลไม้บางชนิด ไม้ฟืนมีความจำเป็นที่สำคัญ หากไม่มีการจัดการที่ดีไม้ธรรมชาติที่มีอยู่จะไม่เพียงพอในการใช้ประโยชน์ ความอัตคัดขาดแคลนจะเกิดขึ้นดังนั้นจะต้องมีการวางแผนการปลูกไม้โตเร็วขึ้นทดแทนก็จะทำให้ชุมชนมีไม้ฟืนใช้ได้อย่างเพียงพอ ได้แก่ ไม้หาด สะเดาเป้าเลือด มะกอกเกลื้อน ไม้เต้าหลวง กระท้อน ขี้เหล็ก ตีนเป็ด ยมหอม ลำไยป่า มะขม ดงดำ มะแขว่น สมอไทย ตะคร้อต้นเสี้ยว บุนนาค ตะแบก คอแลน แดง เต็ง รัง พลวง ติ้ว หว้า มะขามป้อม แค ผักเฮือด เมี่ยง มะม่วงป่า มะแฟน กาสามปีก มันปลา นางพญาเสือโคร่ง มะมือ ลำไย รกฟ้า ลิ้นจี่
  3. ไม้อาหารหรือไม้กินได้ ชุมชนดั้งเดิมเก็บหาอาหารจากแหล่งธรรมชาติ ทั้งการไล่ล่าสัตว์ป่าเป็นอาหาร รวมทั้งพืชสมุนไพร อดีตแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์จึงเป็นแหล่งอาหารเสริมสร้างพลานามัย การปลูกไม้ที่สามารถให้หน่อใบ ดอก ผล ใช้เป็นอาหารได้ก็จะทำให้ชุมชนมีอาหารและสมุนไพร ในธรรมชาติเสริมสร้างสุขภาพให้มีกินมีใช้อย่างไม่ขาดแคลน ได้แก่ มะหาด ฮ้อสะพายควาย เป้าเลือด บุก กลอย งิ้ว กระท้อน ขี้เหล็ก มะขม มะแข่น สมอไทย ตะคร้อ เสี้ยว คอแลน ผักหวานป่า มะไฟ มะขามป้อม มะเดื่อ มะปีนดง เพกา แค สะเดา เมี่ยง มะม่วงป่า มะแฟน มะเม่า หวาย ดอกต้าง กระถินก่อเดือย หว้า กล้วย ลำไย มะกอกเกลื้อน มะระขี้นก ประคำดีควาย ตะคร้อ กระบก ผักปู่ย่า มะเฟือง แคหางค่าง ขนุน มะปราง มะหลอด คอแลน มะเม่า ส้มป่อย
ประโยชน์ 4 ประการ
         ไม้ 3 อย่าง เมื่อปลูกไปแล้วจะก่อให้เกิดประโยชน์ 4 ประการ คือ  1. ในสภาพปัจจุบันป่าไม้ลดลงเป็นจำนวนมาก ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างทั่วถึง และเพียงพอ ดังนั้น เมื่อมีการปลูกไม้ที่มีความเหมาะสมและมีคุณสมบัติที่ดีเพื่อการใช้สอยและสามารถนำมาใช้เสริมสร้างอาชีพได้ โดยมีการวางแผนอย่างมีส่วนร่วมและดูแลรักษาก็จะทำให้ชุมชนมีไม้ไว้ใช้สอยอย่างไม่ขาดแคลน และจะไม่สร้างผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่และหากมีการปลูกในปริมาณที่มากพอ ชุมชนก็สามารถนำมาเสริมสร้างอาชีพเสริมได้ทำให้ชุมชนมีรายได้เสริมให้มีความอยู่ดีกินดีขึ้น
  2. ไม้ฟืนเป็นวัสดุเชื้อเพลิงพื้นฐานของชุมชน หากชุมชนไม่มีไม้ฟืนไว้สนับสนุนกิจกรรมครัวเรือน ชุมชนจะต้องเดือดร้อนและสิ้นเปลืองเงินทอง เพื่อการจัดหาแก๊สหุงต้ม หรือจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเพื่อการจัดหาวัสดุเชื้อเพลิงประเภทอื่นๆ
  3. พืชอาหารและสมุนไพรรวมทั้งสัตว์แมลง ที่ชุมชนสามารถเก็บหาได้จากธรรมชาติจะเป็นอาหารที่มีคุณค่าปลอดสารพิษ อันเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอนามัยของคนในชุมชน เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย อีกทั้งถ้ามีปริมาณเกินกว่าที่ต้องการแล้วยังสามารถใช้เป็นสินค้าเสริมสร้างรายได้อีกทางหนึ่งด้วย
  4. เมื่อมีการปลูกไม้เจริญเติบโตเป็นพื้นที่ขยายมากเพิ่มขึ้น และมีการปลูกเสริมคุณค่าป่าด้วยพันธุ์ต่างๆ ทำให้เกิดความหลากหลายและเป็นการอนุรักษ์ดินและนํ้า รวมทั้งก่อให้เกิดการอนุรักษ์พื้นที่ต้นนํ้าลำธาร


คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต


คุณธรรมและจริยธรรมในการใช้อินเทอร์เน็ต
     ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตควรจะรู้และยึดถือปฏิบัติ ดังนี้
 1. ไม่บอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ชื่อ โรงเรียนของตนให้แก่บุคคลอื่นที่รู้จักกันทางอินเทอร์เน็ต โดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน
 2. หากพบข้อความหรือรูปภาพใดๆ บนอินเทอร์เน็ตที่มีลักษณะหยาบคายหรือไม่เหมาะสม ควรแจ้งให้ผู้ปกครองทราบทันที 3. ไม่ควรไปพบบุคคลใดก็ตามที่รู้จักกันทางอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ผู้ปกครองก่อน และหากผู้ปกครองอนุญาต ก็ควรไปพร้อมกับผู้ปกครอง โดยควรไปพบกันในที่สาธารณะ 4. ไม่ส่งรูปหรือสิ่งใดๆ ให้บุคคลที่รู้จักทางอินเทอร์เน็ต โดยมิได้รับอนุญาตจากผู้ปกครองก่อน 5. ไม่ตอบคำถามหรือต่อความกับผู้ที่สื่อข้อความหยาบคาย และต้องแจ้งให้ผู้ปกครองทราบทันที
  6. ควรเคารพต่อข้อต่อลงในการใช้อินเทอร์เน็ตที่ให้ไว้กับผู้ปกครอง เช่น กำหนดระยะเวลาในการใช้อินเทอร์เน็ต เว็บไซต์ที่ผู้ปกครองอนุญาตให้เข้าได้


วันจันทร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ประวัติส่วนตัว

ชื่อ : เด็กหญิง นิศามณี  ดวงจันทร์
ชื่อเล่น : ออม     อายุ 13 ปี 
วัน/เดือน/ปีเกิด :  21 เมษายน 2542    กรุ๊ปเลือด : O
ที่อยู่ : 257/4 ถ.ตากสิน ต.หนองหลวง อ.เมือง จ.ตาก 63000
กำลังศึกษา : ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/3
โรงเรียน : โรงเรียนตากพิทยาคม
วิชาที่ชอบ : วิชาภาษาอังกฤษ
สีที่ชอบ : สีฟ้า
สิ่งที่ชอบ : การ์ตูนหมีพู
สิ่งที่เกลียด : คนชอบโกหก , เห็นแก่ตัว
ความฝัน : อยากเป็นนักร้อง
อุปนิสัย : ขี้งอน , เอาแต่ใจ , โกรธง่ายหายยาก , รักเพื่อน
คติประจำใจ : ทำวันนี้ให้ดีที่สุด

วันจันทร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์

ชนิดของเครือข่ายคอมพิวเตอร์
1.เครือข่ายบริเวณเฉพาะที่(local Area Network) หรือแลน (Lan)
 เครือข่ายบริเวณเฉพาะที่เป็นเครือข่ายระยะใกล้ใช้ภายในสำนักงานขององค์กรที่อยู่ในอาคารเดียวกัน ส่วนประกอบสำคัญของเครือข่ายบริเวณเฉพาะที่มีดังนี้
 1.เครื่องเครื่องบริการ(server)คือ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องแม่ข่าย
 2.เครื่องสถานีงาน(workstation) หรือเครื่องรับบริการ(client)คือเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นเครื่องลูกข่าย ปัจจุบันนิยมใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล(PC)มาทำหน้าที่นี้
 3.การ์ดต่อเชื่อมเครื่อข่ายเฉพาะที่(LAN card)
 4.ซอฟแวร์ควบคุมระบบเครือข่าย(network system software)
 5.เครื่องกระจายระบบเครือข่ายบริเวณเฉพาะที่หรือฮับ(hub)
 6.สายต่อเชื่อมระบบเครือข่ายบริเวณเฉพาะที่ (LAN cable)
2.เครือข่ายบริเวณนครหลวง (Metropolitan Area Network) หรือแมน (MAN)
 เครือข่ายบริเวณนครหลวงหรือแมน(MAN) เป็นเครือข่ายให้บริการสำหรับเมืองใหญ่ ๆที่พัฒนามาจากระบบโทรทัศน์ทางสายหรือเคเบิลทีวีในสมัยก่อน ระบบนี้ใช้สายโคแอ๊กเชียลความเร็วสูง(coaxial cable) ในการส่งสัญญาณโทรทัศน์ไปให้สมาชิกตามบ้าน ต่มาได้พัฒนาให้รับส่งข้อมูลได้ด้วย โดยทั่วไปสามารถรับส่งสัญญาณภาพ เสียง และข้อมูล โดยมีวงจรอิเล็กทรอนิกส์รับส่งที่สามรถแยกสัญญาณเหล่านี้ออกจากกัน ทำให้บริการได้ทั้งเคเบิลทีวี วิทยุทางสายและเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์
3.เครือข่ายบริเวณกว้าง(Wide Area Network)หรือแวน (WAN)
 เครือข่ายบริเวณกว้างหรือแวน(WAN)เป็นเครือข่ายที่พัฒนามาจากเครือข่ายโทรศัพท์ทางไกลซึ่งเชื่อมโยงผ่านเมือง จังหวัด ประเทศ ทวีป โยงใยทั่วโลก เครือข่ายนี้แบ่งเป็นเครือข่ายย่อย(subnet) และเครือข่ายหลัก(backbone)ประกอบด้วยสวิทช์เลือกคู่สายที่อยู่ตามชุมสายต่าง ๆเชื่อมโยงด้วยสายเคเบิลจำนวนมากทุกรูปแบบ ทั้งสายทองแดง สายใยแก้วนำแสง สัญญาณไมโครเวฟ ผ่านภาคพื้นดินและผ่านดาวเทียม ซึ่งมีความเร็ว 56 Kbps ระบบเอกซ์ยี่สิบห้า(X-25) ซึ่งมีความเร็ว 14.4 Kbps ถึง 56 Kbps และระบบเอทีเอ็ม(ATM = Asynchronous Transfer Mode)ซึ่งมีความเร็ว 155 Kbps ถึง 622 Kbps
4.เครือข่ายอินเทอร์เน็ต(Internet)
 เครือข่ายอินเทอร์เน็ต(internet) ได้รับการพัฒนามาจากเครือข่ายแวนเพื่องานวิจัยของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ ที่เรียกว่า อาร์พาเน็ต(ARPANET) ซึ่งเริ่มต้นสร้างขึ้นในปี 1969 โดยมีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมพัฒนา 3 มหาวิทยาลัยและศูนย์วิจัยอีก 1 แห่ง ต่อมาเครือข่ายนี้ได้พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆมีผู้เข้าร่วมมากมาย รวมทั้งบริษัทเอกชนและำด้มีเครือข่ายอีกเครือข่ายหนึ่งเกิดขึ้นในปี 1991 เป็นเครือข่ายเพื่อการวิจัยและการศึกษาที่เรีบกว่า NSFNET(national research and education network)ซึ่งสนับสนุนโดยรัฐบาลอเมริกันเช่นกัน ความเร็วในการสื่อสารของเครือข่ายสูงถึงกว่า 1 Gbps ถึง 1 พันล้านบิตต่อวินาที โดยอาศัยเครือข่ายแวนที่เป็นเครือข่ายสาธารณะนั่นเอง ต่อมาทั้งสองเครือข่ายนี้ได้เชื่อมต่อเข้าด้วยกัน

วันจันทร์ที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ความหมายของข้อมูล

ข้อมูล เป็นข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ หรือของสิ่งที่น่าสนใจ ข้อมูลจะนำไปใช้เป็นประโยชน์ได้ก็ต่อเมื่อผ่านการประมวลผลให้เป็นสารสนเทศก่อน สารสนเทศนี้เองคือสิ่งที่เรานำไปใช้ประกอบการตัดสินใจ ข้อมูลและสารสนเทศจึงเป็นสิ่งที่มีค่า ต้องเก็บรักษาไว้อย่างเป็นระบบและต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอ

วันจันทร์ที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล

องค์ประกอบของการสื่อสารข้อมูล
การสื่อสารข้อมูลมีองค์ประกอบดังต่อไปนี้คือ
1.ระบบคอมพิวเตอร์
2.อุปกรณ์ต่อเชื่อมเพื่อการสื่อสารข้อมูล(เป็นส่วนฮาร์ดแวร์)
3.ซอฟแวร์สำหรับการสื่อสารข้อมูล
4.โพรโตคอล(protocol)หรือเกณฑ์วิธีคือข้อกำหนดสำหรับการสื่อสารข้อมูลแบบนั้น ๆ
5.สื่อนำข้อมูล(media)เช่น สายโทรศัพท์หรือเคเบิลใยแก้วนำแสงหรือคลี่นวิทยุ